เรามานั่งรับประทานอาหารเที่ยงกันสักมื้อ นั่งคุยกันตามประสาคนรักการถ่ายภาพกันนิด ดูการสาธิตการถ่ายรูปกันสักหน่อย ในบรรยากาศสบายๆ เพลินๆ ที่ร้าน “ตุ๋น สตอรี่” (Tunn Story) อารีย์ซอยสอง (ตรงข้ามเขตพญาไท)
Share on FacebookPosted by
Adler on 09/06 at 03:15 AM
News & Events •
(0)
Comments •
Permalink
Sunday, August 29, 2010
ผมรู้จักแฟลชตัวนี้มาจากเว็บ Strobist.com เห็นว่าหน้าตาท่าทางน่าสนใจดี แถมราคายังไม่แพง (สองพันแปดร้อยบาทรวมค่าส่งจาก eBay) ก็เลยสั่งมาลองใช้สักอัน ปรากฏว่ามารู้ทีหลังว่าเมืองไทยก็มีคนเอาเข้ามาขายที่ราคาสองพันเก้าร้อยบาท ฮ่าๆๆๆๆ (จะสั่งจากเมืองนอกแล้วต้องนั่งลุ้นว่าของที่มาจะใช้ได้เต็มร้อยทำไมเนี่ยเรา)
แต่คนขายที่สั่งก็ดีนะครับ สั่งไปอีกไม่ถึงสัปดาห์ของก็มาถึงบ้านแล้ว ถือว่าเป็นคนขายใน eBay ที่ทำงานใช้ได้เลย
เอาละ มาแกะกล่องดูกันเลยดีกว่า
- วัสดุและความรู้สึกเมื่อสัมผัสครั้งแรก
แกะกล่องออกมา จะเห็นแฟลชอยู่ในถุงกำมะหยี่เทียมสีดำแบบมีสายรูดหน้าตาดีใช้ได้ รูดสายเปิดถุงออกมาก็จะเจอตัวแฟลชอยู่ในถุงพลาสติค แกะถุงออกดูตัวเป็นๆ ของเจ้า YN560 ความประทับใจแรกที่รู้สึกก็คือ
หน้าตาดีใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าจะรู้สึกว่าเลียนแบบแฟลช 580EX II มามากถึงมากที่สุดก็ตามเถอะวัสดุที่ทำและความรู้สึกปึ๊กที่ได้แสดงออกว่าเดี๋ยวนี้เมืองจีนทำแฟลชได้ดีทีเดียวเลยครับ
- โหมดที่มี
เจ้า YN560 ตัวนี้ มีโหมดให้เลือกอยู่สามโหมดก็คือ Manual (M), Slave (S1), Delayed Slave (S2) ได้ทดลองมาทั้งสามโหมดแล้วกับกล้อง D90 ของผม ปรากฏว่าทำงานได้ดีเป็นที่น่าพอใจ ลองใช้โหมด Slave ที่ใช้ sensor ตาแมวรับสัญญาณแว่บจากแฟลชตัวอื่นก็ทำงานได้ดี แม้ว่าจะอยู่ห่างจากแฟลชตัวส่งมากพอสมควรก็ยังทำงานได้ดี เมื่อลองแบบ Delayed Slave ที่ทำมาเพื่อให้ใช้ร่วมกับแฟลช TTL ก็ทำงานได้ดีเช่นกัน ถือว่าไว้ใจได้ครับ
- Recycle time
ถือว่าเร็วมากๆ รู้สึกว่าจะเร็วกว่าแฟลชค่ายใหญ่ซะด้วยซ้ำ (ทาง Yongnuo คุยด้วยความภูมิใจว่าเร็วมาก แต่ถ้ายิงด้วยความแรงก็เห็นมีคนบ่นว่ามันตัดเพราะมีระบบ overheat protection ในตัวแล้วต้องรอนานหลายนาทีเลย)
- ช่องต่อต่างๆ
YN560 มีช่องสำหรับต่อแบตพ่วง (แบตกระสือ) โดยที่ช่องเสียบเป็นแบบของ Canon และก็มีช่องเสียบแบบ PC สำหรับสั่งให้แฟลชทำงานอีกหนึ่งช่อง ทั้งสองช่องมีฝาปิดเป็นยางดูเรียบร้อยดีครับ แกะง่าย ปิดแนบสนิทกับตัวแฟลชได้ดี
- ขา Hot shoe
เป็น hot shoe แบบพลาสติด มีแหวนหมุนเพื่อล็อคแบบเกลียวเหมือนแฟลชรุ่นเก่า ลองเสียบ Hot shoe ดูก็แน่นหนาใช้ได้ ถ้าใครไม่ถือสากับเรื่องนี้ก็ถือว่าคุณภาพตามราคาครับ
- การปรับค่าต่างๆ
YN560 สามารกปรับความแรงได้ตั้งแต่ค่า 1/1 ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึง 1/128 โดยที่มีจุดเด่นตรงที่เราสามารถปรับความแรงระหว่างสต็อปได้ละเอียดถึงแปดระดับ ผมพิมพ์ไม่ผิดครับ แปดระดับกันเลยทีเดียว ไม่ใช่สามระดับเหมือนแฟลชทั่วไป (ตรงนี้แม้แต่แฟลชค่ายก็น่าจะลองพิจารณาทำบ้างนะครับ) สำหรับการซูมหัวแฟลช เจ้า YN560 สามารถซูมได้ตั้งแต่ 24 - 105 มม. เหมือนแฟลชในปัจจุบันทั่วไป (ยกเว้นเจ้า SB-900) การซูมก็เข้าใจได้ไม่ยาก มีปุ่มเปิดปิดเสียงและเป็นปุ่มปรับ sleep mode ไปในตัวด้วย ทุกอย่างทำงานได้เป็นที่น่าพอใจ และการปรับค่าต่างๆ ก็เข้าใจได้ไม่ยากเท่าไหร่
มีข้อติเรื่องปุ่มต่างๆ เท่าที่เห็นก็คือ
- การเปิดปิดตอนแรกเข้าใจได้ยากสักหน่อย เพราะต้องกดค้างเอาไว้สักนิดเพื่อให้เจ้า YN560 พร้อมทำงานจริงๆ ผมเองตอนแรกไม่เข้าใจ กว่าจะกดให้แฟลชเปิดได้จริงๆ ก็ทำเอางงไปหลายนาที ตอนปิดก็เช่นกันท่ี่ต้องกดค้างเอาไว้จนไฟทุกดวงวิ่งไล่กันจนดับทั้งหมดก่อน ไม่รู้ทำไมต้องทำแบบนี้เหมือนกัน หรือว่ามันเป็นวิธีสร้างเอกลักษณ์ของยี่ห้อก็ไม่รู้สิครับ
- อีกเรื่องก็คือ ปุ่มบางปุ่มกดแล้วไม่แน่ใจว่ากดไปแล้วหรือยัง โดยเฉพาะสำหรับเจ้าตัวที่อยู่ในมือผม ปุ่มเสียงกดแล้วไม่แน่ใจว่าแฟลชรับรู้หรือเปล่า มีหลายครั้งที่ต้องกดหลายทีกว่าจะทำให้มันทำงาน
ของแถมเพิ่มเติม
- เจ้า YN560 ที่ผมสั่งจากเมืองจีนจะมาพร้อมกับโดนพลาสติคกระจายแสงอีกอันเป็นของแถม (ในหน้าเว็บ eBay ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่ามี) ตรงนี้ไม่แน่ใจนะครับว่าถ้าซ์้อจากร้านในเมืองไทยจะมีให้หรือเปล่านะครับ
สรุป
แฟลช Yongnuo YN560 ตัวนี้ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการแฟลชเพื่อเอามาจัดไฟแบบ manual วัสดุก็ถือว่าสอบผ่าน สำหรับราคาไม่ถึงสามพันบาทแล้วได้ความแรงระดับเดียวกับแฟลชรุ่นใหญ่ของค่าย Nikon และ Canon ตรงนี้ขอแนะนำให้ซื้อมาใช้กันอย่างยิ่งครับ
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 08/29 at 12:39 AM
Lighting •
(5)
Comments •
Permalink
Saturday, August 28, 2010
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 08/28 at 06:22 PM
Personal •
(1)
Comments •
Permalink
Monday, August 23, 2010
ในฐานะช่างภาพ ไม่ว่าจะมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น ผมเชื่อว่าทุกคนย่อมต้องการกระบวนการทำงานที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา และมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ได้งานที่ต้องการ
คอร์ส Lightroom 3 นี้ สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่ว่ามาข้างต้น เริ่มตั้งแต่การเริ่มจัดเก็บภาพ จัดหมวดหมู่เพื่อให้ค้นหาได้ง่ายขึ้น การปรับภาพในรูปแบบต่างๆ การสร้างชุดคำสั่งสำหรับใช้ในรูปแบบต่างๆ ที่มักจะได้ใช้กันเป็นประจำ การทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ที่จำเป็น ตลอดจนถึงการ output ออกไปใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น เป็นไฟล์ภาพ เป็น print หรือการสร้างเว็บแกลเลอรี่ออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ตามที่ต้องการ
แน่ นอน กระบวนการทำงานของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปตามสไตล์ส่วนตัว ดังนั้น ผมจึงจะไม่สอนให้ต้องใช้กระบวนการที่ผมใช้เพียงอย่างเดียว แต่จะสอนวิธีการสร้าง workflow ที่เหมาะสมกับตัวคุณเองขึ้นมา
สถานที่เรียน - Bangkok Advance Learning สนามเป้า
http://www.bal2001.com/html/contact_us.html
อุปกรณ์ ที่ต้องเตรียมมา - ตัวและหัวใจที่พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ (สมุดจดและปากกาด้วยก็น่าจะดีครับ) ทาง BAL มีคอมพิวเตอร์พร้อมโปรแกรมให้เรียนครับ
วัน เวลา - วันที่ 28-29 สิงหาคม 2553 (วันเสาร์ - อาทิตย์นี้) 09.00น. - 17.00น.
ค่าเรียน - 4,000 บาทต่อคน
ผู้สอน - ทรงวุฒิ โคสิตารัตน์
Adobe Certified Expert - Photoshop Lightroom และ Photoshop
http://www.adobe.com/support/certification/ace.html
สนใจติตต่อ 085 9753073,
.(JavaScript must be enabled to view this email address), .(JavaScript must be enabled to view this email address)
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 08/23 at 03:35 PM
Courses & Workshop •
(0)
Comments •
Permalink
ไม่ทราบว่ากล้องยี่ห้ออื่นทำได้หรือเปล่านะครับ แต่วิธีที่ผมทำนี่ใช้ได้กับ Nikon DSLR ครับ
- Set เลนส์และกล้องไปที่ Auto Focus
- เข้าไปที่ Custom Setting Menu
- เลือก AE-L/AF-L ไปที่ AF On
- เลือก AF-Area mode เป็น Single Area
- เลือกจุดโฟกัสไปที่ระยะที่ต้องการ Lock ระยะโฟกัสด้วยการกดปุ่ม AE-L/AF-L ที่อยู่ข้างๆ viewfinder เพื่อทำให้กล้องทำการโฟกัสตามระยะที่เราต้องการ
- เลื่อนกล้องเพื่อทำการจัด composition ตามที่ต้องการ อย่าให้จุดโฟกัสอยู่ที่ subject ที่เราเอาไว้ล็อคโฟกัสนะครับ
- กดชัตเตอร์ค้างเอาไว้ ไม่ต้องห่วงครับ กล้องจะไม่ลั่นชัตเตอร์
เมื่อมี subject เข้ามาในระยะที่เราทำการโฟกัสเตรียมเอาไว้และเรายังกดปุ่มชัตเตอร์อยู่ กล้องจะลั่นชัตเตอร์และทำการถ่ายภาพทันที
วิธีการถ่ายภาพแบบนี้ เหมาะสำหรับเอาไว้ใช้ถ่ายภาพกีฬาหรือภาพอะไรที่เราสามารถตั้งกล้องรอได้ครับ เช่น เราล็อคโฟกัสเอาไว้ที่แป้นบาสแล้วเลื่อนนิดหน่อยไปตรงที่เรากะว่าคนจะเข้ามา lay up พอมีคนเข้ามา lay up เข้าจุดที่เราโฟกัสเอา่ไว้ กล้องก็จะทำการลั่นชัตเตอร์ทันที อาจจะตั้งให้ถ่ายแบบ continuous ก็ได้ จะได้ถ่ายแบบต่อเนื่องกันไปเลย เพื่อที่จะได้ภาพที่จังหวะดีที่สุด
อันที่จริง เอาไว้ถ่ายมาโครก็น่าจะได้ เราล็อคโฟกัสเอาไว้ที่ดอกไม้ เลื่อนออกมานิดนึงแล้วรอให้ผึ้งหรือผีเสื้อบินเข้ามาก็น่าจะได้นะครับ ตั้งขาตั้งนอนรอเอาไว้เลย
เสียอยู่อย่างเดียวที่เราต้องกดปุ่มชัตเตอร์ค้างรอเอาไว้ตลอดเท่านั้นเองครับ
มันเมื่อย
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 08/23 at 12:48 PM
photography technic •
(1)
Comments •
Permalink
Wednesday, August 18, 2010
ช่างภาพโฆษณาที่ผมถือเป็นแรงบันดาลใจอีกคนครับ
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 08/18 at 12:51 AM
Personal •
(0)
Comments •
Permalink
Sunday, July 25, 2010
มีโอกาสได้ไปถ่ายรูปให้โครงการหนึ่งของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยครับ โดยที่มีตัวแทนจากทั้ง 18 คณะมาให้ถ่ายรูปที่เทวาลัยของคณะอักษรศาสตร์ เป็นการออกไปจัดไฟถ่ายเล็กๆ ง่ายๆ ครับ มองไม่ออกหรอกครับว่าถ่ายที่ไหน
แล้วจะต้องไปใช้ที่สวยๆ ขนาดนั้นถ่ายทำไมเนี่ย ถ่ายพื้นเรียบๆ แบบนี้
สาเหตุที่ต้องใช้เทวาลัยก็เพราะมีการถ่ายวิดิโอที่ต้องใช้สถานที่ที่ดูปุ๊บ รู้ปั๊บเลยว่าเป็นจุฬาฯ ด้วย ก็เลยต้องไปถ่ายที่นั่นจะได้ไม่เสียเวลา ขนาดนี้ก็ถ่ายกันสองวันแหล่ว เอิ๊กๆๆๆๆๆ
งานนี้เค้าต้องการถ่ายฉากสว่างๆ สะอาดๆ ต้องการให้มีเงาบางๆ ทอดมาฝั่งนึงจะได้ไม่รู้สึกว่าไป die-cut เอารูปมาจากไหน ให้ดูเป็นธรรมชาติๆ ไม่ได้มีการตกแต่งภาพอะไรมากมาย
ก็ใช้แหล่งแสงสองแหล่ง ทำให้นุ่มนวลซะ จะทำด้วยอุปกรณ์อะไรก็ได้ตามแต่ที่แต่ละคนจะมีอุปกรณ์นะครับ
สิ่งที่ต้องระวังให้มากก็คือ เมื่อฉากหลังอยู่ใกล้มากๆ แบบนี้ ต้องพยายามอย่าให้มีเงาอีกเงาทอดมาในด้านที่ไม่ควรจะมี อย่างรูปในคห. 1 นี่ก็ยังมีให้เห็นชัดอยู่บ้างทั้งๆ ที่ถ้าเป็นคนทั่วๆ ไปอาจจะรู้สึกว่าโอเคแล้ว แต่สำหรับคนจัดไฟมันยังไม่ดีนะครับ เพราะเราไม่ได้ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้น สังเกตเห็นกันมั้ยเอ่ย
พอเจอเราก็ต้องพยายามแก้กันไป
ปัญหาอีกเรื่องที่เวลาเราจะต้องถ่ายรูปคนทั่วไปก็คือ ถึงเค้าจะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมาเป็นแบบให้ถ่ายรูป แต่เค้าไม่เคยถ่ายอะไรประมาณนี้มาก่อน ช่างภาพก็เพิ่งเคยเห็นหน้ามันก็เมื่อสามนาทีก่อนถ่ายนี้เอง การโพสท่าทางก็มักจะไม่เป็นธรรมชาติ แล้วก็ไม่เป็นไปอย่างที่อยากจะให้เป็น
ช่างภาพบางคนก็ใช้วิธีแอบถ่ายเวลาตัวแบบเผลอๆ จะได้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็ได้ผลพอสมควร
แต่ถ้าเค้ารู้ตัว ต้องมายืนโพสท่าให้ถ่ายล่ะ มันทำไม่ได้กับทุกคนหรอกครับ
งั้นจะทำยังไงล่ะ เจอคนที่เคยถ่ายอะไรประมาณนี้มาบ้างแล้วก็ง่ายหน่อย แต่ถ้าคนเค้าไม่เคยเป็นแบบมาก่อน เค้าตื่นเต้นอยู่แล้วประมาณนึง มากน้อยก็แล้วแต่คน
ถ้ามีเวลาก่อนถ่าย เราก็ควรที่จะเข้าไปพูดคุยทำความคุ้นเคยซะก่อน อาจจะเป็นเวลาที่เค้าต้องเตรียมตัวก่อนถ่าย เวลาแต่งหน้าทำผมอะไรประมาณนั้น มันก็ช่วยให้ความเกร็งลดน้อยลงไปได้ แถมเรายังมีโอกาสได้สังเกตว่าตัวแบบแต่ละคนควรถ่ายมุมไหนถึงจะดูดี คนแต่ละคนก็มีมุมที่ดูดีต่างกันไป ตัวแบบที่ผ่านงานถ่ายรูปมาพอสมควรแล้วเค้าจะรู้ด้วยตัวเองเลยว่าถ้าจะถูก ถ่ายรูปเค้าจะต้องหันมุมไหนให้ถ่ายแล้วก็ออกมาดูดี (อย่างนางแบบหรือพริตตี้นี่แหละ พอเห็นกล้องปุ๊บจะโพสหันมุมให้ปั๊บเชียว)
แต่ถ้าทำไม่ได้ล่ะ
เราก็ต้องพยายามทำให้ตัวแบบรู้สึกผ่อนคลายที่สุดเวลาต้องเข้ามาหน้ากล้อง ตัวแบบเค้าก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่แล้ว เราต้องพยายามทำให้เค้ารู้สึกว่ามันไม่ใช่การสอบที่ถ้าทำไม่ได้จะเป็นจุดจบ ของชีวิต ต้องให้เวลากับเขาพอสมควร อาจจะต้องถ่ายไปเรื่อยๆ สักพัก ดีไม่ดีไม่เป็นไร ให้กำลังใจเขา ช่วยแนะนำให้เขาว่าควรทำยังไงบ้างนิดๆ หน่อยๆ
ส่วนใหญ่จะทำให้ตัวแบบผ่อนคลายและได้รูปออกมาดีขึ้นมากเชียวครับ
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 07/25 at 11:03 PM
Personal •
(0)
Comments •
Permalink
Thursday, July 22, 2010
เป็นรายการ The Idol ตอนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผมมาก คุณตือ สมบัษร ถิระสาโรช ทำให้ผมต้องสร้าง “แฟ้มวิดิโอ” อันนี้เก็บเอาไว้ดูเวลาที่อาจจะรู้สึกว่างเปล่า ต้องขอขอบคุณคุณตือ และรายการ The Idol มากครับ
1/3
2/3
3/3
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 07/22 at 01:54 AM
Personal •
(1)
Comments •
Permalink
เอาวิธีการใช้ Photoshop ให้ประหยัดเวลามาฝากกันครับ เข้าไปดูได้ทีนี่เลย
http://www.stumbleupon.com/su/2SpG6P/www.smashingmagazine.com/2010/01/20/obscure-adobe-photoshop-time-savers//r:f
More...
Share on FacebookPosted by
Adler on 07/22 at 12:20 AM
Post-Processing •
(0)
Comments •
Permalink
Wednesday, July 21, 2010
ถ้าต้องการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง หรือต้องทำงานกับคนอื่น ใช้ Lightroom หรือ Camera Raw หรือใช้ photoshop โยนไปมา วิดิโอนี้เป็นวิธีทำงานของมันครับ
More...